รวยที่ความคิด

รวยที่ความคิด

มีคนมาขอคำปรึกษากับผมว่า ทำยังไงเมื่อญาติพี่น้องหรือเพื่อนมาขอยืมเงิน? ผมก็ให้คำตอบไปว่า ถ้าเราพอช่วยได้ไม่เดือดร้อนก็ให้ไปตามกำลังความสามารถของเราเท่านั้นและเราไม่เดือดร้อนด้วย แต่ถ้าเราให้ไปแล้วเดือดร้อนก็ไม่ต้องให้ แล้วถ้าเราไม่มีเงินละ คำตอบก็คือ “ไม่ให้ครับ”

ผมจะบอกทุกคนเสมอว่า เราไม่สามารถช่วยใครได้ตลอดชีวิต เราแค่ช่วยเขาได้ระยะสั้นๆเท่านั้น เพราะแต่ละคนเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตตามวิถีทางของตัวเองโดยไม่เดือดร้อนคนอื่น

ต่อให้เรารวยถูกหวย หรือล็อตเตอรี่ ได้เงินมา 10-20 ล้าน เราแบ่งเงินนี้ให้กับญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิทคนละ 1 ล้านบาท เชื่อหรือไม่ครับว่า เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานไม่น่าจะเกิน 1 ปี คนเหล่านี้จะหมดเงินและกลับไปอยู่ในสภาพเดิมทันที

เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น เพราะ คนเรารวยหรือจนอยู่ที่ความคิดครับ คนรวยจะคิดแต่วิธีหา วิธีสร้าง วิธีเพิ่ม วิธีรักษา ในขณะที่ในหัวของคนจนจะคิดแต่กำจัด ใช้ ซื้อ จำเป็น อยากได้  ด้วยเหตุนี้ การให้ความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องในเรื่องเงินจึงสำคัญกว่าการให้เงินคนอื่น

จริงๆแล้ว เงินไม่ได้หายาก ในหัวของคนจนที่คิดว่า เงินหายากนั้น แต่สำหรับคนรวย “เงินหาง่าย เงินมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง” การจะเปลี่ยนจากคนจนเป็นคนรวยต้องแก้ที่วิธีคิดและต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป ด้วย สิ่งที่ยากกว่าการหาเงิน คือ ความคิดที่จะพัฒนาตนเองให้คู่ควรกับเงินจำนวนมากต่างหาก สำหรับผมคนจะรวยหรือจน ให้ดูที่ความคิดเป็นหลักครับ ลองฟังดูว่า เขาพูดถึงอะไร

  • คนรวย พูดถึง การหารายได้เพิ่ม การลงทุน สินทรัพย์ กล้าที่จะเสี่ยง การวางแผนอนาคต ความเสี่ยง นึกถึงชีวิตที่อยากใช้ฯลฯ
  • คนจน พูดถึง ความไม่พอ ขาดแคลน อยากได้ กลัว ไม่กล้าลงทุน ชอบสบาย การพนัน ยาเสพติด โรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ

หากญาติพี่น้องมาติดต่อขอหยิบยืมเงิน ถ้าเรามีแบ่งให้แต่อย่าบ่อยนะครับ ให้เท่าที่เราไม่เดือดร้อน หากไม่มีต้องบอกว่า “ไม่มี” อย่าไปยืมคนอื่นมาให้เด็ดขาด การให้เงินคนอื่นแม้เป็นสิ่งที่สมควรทำ แต่ต้องดูตนเองเป็นหลักด้วย สิ่งสำคัญคือ เรามาให้ความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องในเรื่องเงิน การบริหารเงิน ให้กับญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดเราดีกว่าครับ…

ถ้าเขาไม่เชื่อก็ให้อ่านบทความนี้ หรือบอกให้เขาไปอ่านหนังสือ เข้าอบรมสัมมนา หรือส่งเว็บนี้ไปให้…

นี่ต่างหากคือวิธีช่วยเหลืออย่างถูกต้องที่สุด